How to be a Tour Guide??

posted on 10 Dec 2012 15:38 by ojisama directory Travel, Knowledge
สวัสดีค่ะ
 
เรากลับไทยมาได้ 5 เดือนละ ตลอดช่วงที่กลับมาไทยเราอบรมไกด์อยู่
 
"โครงการอบรมหลักสูตรมัคคุเทศก์ทั่วไป(ต่างประเทศ) รุ่นที่ 8" ของ ม.ราชภัฏสวนสุนันทา 
(ถ้าสอบผ่านจะได้บัตรเงิน คือ สามารถนำชาวไทยและชาวต่างประเทศเที่ยวประเทศไทยได้)
 
ระยะเวลาอบรม 3 เดือน รวมการสอบด้วย เป็น 4 เดือน 
 
ก่อนเข้ารับการอบรมจะมีการสอบเข้าโดยทดสอบความรู้รอบตัว ความรู้เกี่ยวกับมัคคุเทศก์ และความรู้ด้านภาษา เลือกเรียนภาษาจีนก็สัมภาษณ์ภาษาจีน เลือกเรียนภาษาอังกฤษก็ถูกสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ ข้อสอบไม่ยากนะคะ 
 
ตลอดการอบรมจะมีทั้งภาคทฤษฏีและภาคปฏิบัติ
 
ส่วนของภาคทฤษฎีคือ การเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ไทย ประวัติศาสตร์ศิลปะไทย เพราะต้องยอมรับว่าสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองไทยเกือบครึ่งหนึ่งเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น วัดพระแก้ว พระบรมมหาราชวัง อยุธยา สุโขทัย และเชียงใหม่เป็นต้น
 
นอกจากนี้ยังเรียนวิธีการเป็นไกด์ที่ดี จิตวิทยาการบริการ การพูด การฝึกพากย์ทัวร์ ความรู้เรื่องอาหารไทย ภูมิปัญญาไทย การปฐมพยาบาลเบื้องต้น กฎหมายการท่องเที่ยว ลักษณะการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน การจัดการการท่องเที่ยว และส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว
 
ส่วนของภาคปฏิบัติ ทางโครงการและกรมการท่องเที่ยวมีเส้นทางบังคับที่เราจำเป็นจะต้องไปทัศนศึกษา โดยเส้นทางบังคับเหล่านี้ก็เป็นเส้นทางยอดนิยมที่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเที่ยวกัน ดังนี้
 
พระบรมมหาราชวังและวัดพระแก้ว 
วัดสำคัญในกรุงเทพ - วัดเบญจมบพิตร วัดสุทัศน์ วัดบวร วัดไตรมิตร พระที่นั่งวิมานเมฆ
อยุธยา-ลพบุรี-พระราชวังบางปะอิน
กำแพงเพชร-สุโขทัย-พิษณุโลก-สิงห์บุรี-อ่างทอง
บุรีรัมย์-สุรินทร์-ศรีษะเกษ-อุบลราชธานี-อำนาจเจริญ-นครราชศรีมา
เชียงใหม่-เชียงราย-ลำปาง-ลำพูน
 
และมีทริปพิเศษด้วย คือ ราชบุรี-กาญจนบุรี-เพชรบุรี
 
ที่สำคัญคือ การเรียนพากย์ทัวร์แบ่งเป็น 2 ห้อง คือ ห้องภาษาอังกฤษและภาษาจีน
การเรียนพากย์ทัวร์คือการเรียนรู้ภาษาที่เราเลือกที่เอาไว้ใช้ในการทำทัวร์ เช่นการสนทนาในชีวิตประจำวัน การพูดในชุมชน การพากย์ทัวร์สถานที่ต่างๆในภาษาของเรา 
สำหรับเราเลือกเรียนภาษาจีน 
 
การสอบจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ สอบข้อเขียนและสอบปฏิบัติ
สอบข้อเขียน จะเป็นการสอบรวมในทุกวิชาที่เรียนมา โดยข้อสอบทั้งหมดมี 150 ข้อ เป็นภาษาไทย (ส่วนนี้จะตกกันเยอะมาก)
สอบปฏิบัติ คือการสอบพากย์ทัวร์ในสถานที่ที่เราเคยไปมาในเส้นทางบังคับ การสอบปฏิบัตินี้จะสอบในภาษาที่ตนเองเลือกเรียน เช่น ฝนเลือกเรียนภาษาจีน ก็จะต้องสอบพูดภาษาจีน โดยการจับฉลากเลือกสถานที่ที่จะสอบ 
 
กรรรมการในการสอบนั้น นอกจากอาจารย์ที่สอนเราแล้ว ยังมีกรรมการที่มาจากกรมการท่องเที่ยวมานั่งฟังและซักถามด้วยอีกส่วนหนึ่ง
 
โดยรวมแล้วผู้เข้าอบรมจะเตรียมตัวในการสอบพากย์ทัวร์มากกว่า เพราะว่าเป็นการสอบตัวต่อตัวกับกรรมการ จึงมีความกดดันมากกว่า แต่ความจริงการสอบที่คนส่วนใหญ่สอบตกคือ "การสอบข้อเขียน" เนื่องจากข้อสอบมีจำนวนเยอะมาก ความรู้มีข้อมูลมาก และมาจากหลายส่วน 
 
แต่ถ้าหากสอบไม่ผ่านก็จะมีการสอบซ่อมโดยใช้ข้อสอบชุดเดิม สอบรอบแรกก็จำข้อสอบกันออกมาแล้วช่วยกันรวบรวมเพื่อการสอบครั้งต่อไป
 
ในรุ่นของเรามีทั้งหมด 69 ชีวิต แต่มีผู้ที่สอบผ่านในทุกด่านเพียง 5 คน นอกนั้นก็ซ่อมจ้ะ 
 
สุดท้ายทางโครงการจะมีการมอบใบประกาศรับรองการผ่านการอบรมในหลักสูตรอบรมมัคคุเทศก์ เราจะใช้ใบประกาศนี้ไปทำบัตรมัคคุเทศก์นั่นเอง 
(ตอนนี้สายฝนสอบเสร็จหมดแล้ว เหลือเพียงแค่รอใบประกาศ และในอนุญาตประกอบอาชีพมัคคุเทศก์คับผม)
 
หมายเหตุ
- ระยะเวลาในการอบรมในแต่ละมหาวิทยาลัยแตกต่างกัน บางที่ 3 เดือน บางที่ 6-8 เดือน
- สำหรับการอบรมมัคคุเทศก์ภาษาจีนนั้น ยังไม่แพร่หลายนัก เท่าที่ทราบมีแต่ที่นี่ที่เดียว
- ท่านอาจารย์คนสำคัญที่หากที่ไหนมีเปิดอบรมมัคคุเทศก์จะต้องได้เรียนกับท่านนี้คือ "ศาตราจารย์ ดร. ม.ร.ว.สุริยวุฒิ สุขสวัสดิ์" ท่านเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่คณะโบราณคดี ม.ศิลปากร และเป็นอาจารย์พิเศษให้กับที่ต่างๆ เป็นผู้บรรยายและนำชมสถานที่ต่างๆให้แก่ประมุขของประเทศต่างๆและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ประวัติของท่านมี 3 หน้า ซึ่งก็ยังไม่หมด เอาเป็นว่าถ้าเรียนไกด์และได้เรียนกับท่าน ถือเป็นสิ่งที่สุดยอดแล้วในชีวิตการเรียนมัคคุเทศก์
 
สำหรับท่านใดที่สนใจจะอบรมมัคคุเทศก์ ตอนนี้มีเปิดหลายมหาวิทยาลัย ยังไงก็ลองหาข้อมูลดูนะคะ
หรือท่านใดมีคำถามสงสัยในเรื่องการอบรมมัคคุเทศก์ก็สอบถามได้นะคะ ยินดีให้คำปรึกษาจ้ะ 

Comment

Comment:

Tweet

ข้อสอบยากมั้ยคะ อยากรู้แนวจัง

#2 By (1.46.106.92|1.46.106.92) on 2014-09-07 20:36

พอดีจะไปสอบไกด์ที่ศิลปากรค่ะ แต่ไม่รู้แนวข้อสอบเข้าจึงอยากถามว่า ออกยากไม๊ค่ะ โดยส่วนตัวเป็นคนไม่ค่อยติดตามข่าวสารบ้านเมือง อย่างนี้จะสอบได้ไม๊ค่ะ แต่ตอนนี้ก็พยายามอ่านความรู้รอบตัว แต่กว้างมาก เลยไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี อีกทั้งวันสอบก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แอบกลัวนิดๆ ทำไงดีค่ะ ขอคำปรึกษาหน่อยค่ะ

#1 By Junny (103.7.57.18|171.7.118.138) on 2013-03-22 20:10