ตัดงบ
posted on 13 May 2008 19:39 by ojisamaสวัสดีค่ะ
ใกล้ถึงวันงานแล้ว ตื่นเต้น><
วันอาทิตย์ที่ 18 พ.ค. อย่าลืมไปงาน KoKoRo # 3 นะคะ จัดที่เซนหลุยส์คร่า
รายละเอียดงานที่นี่เล้ยยย http://ojisama.exteen.com/20080508/entry
ตอนนี้มีเรื่องจะเล่าให้ฟัง (ระบายน่ะแหละ)
ถ้าไม่อยากอ่านก็ปิดไปเลยเน้อ เพราะอยากเขียนเฉยๆ
เมื่อวันเสาร์(10 พ.ค.) ฝนไปมหาวิทยาลัยมา เพราะวันนั้นมีการตัดงบประมาณให้ทุกชมรมครั้งสุดท้าย
ก่อนหน้านี้มีการตัดกันในกลุ่มแล้ว ซึ่งชมรมเรา(ดนตรีสากล)อยู่กลุ่ม "ดนตรีและกีฬา"
เรายื่นโครงการไปว่าต้องใช้งบประมาณ 130,000 บาท กับการจัดคอนเสิร์ต 1 ครั้งภายในเทอมแรก
ซึ่งเราก็ไม่ได้หวังว่าเราจะได้เงินทั้งก้อนจากมหาลัย แต่ไหนๆก็มีงบมาเราเลยไปซะหน่อย
อย่างน้อยเอามาหมุนใช้ซื้ออุปกรณ์นำเสนอโครงการ+จัดมีตติ้งรับน้องก่อนก้็ยังดี
ซึ่งงบใหญ่จะถูกแบ่งเป็นสัดส่วนตามชมรมและงบประมาณตามกลุ่ม
กลุ่มของฝนได้มาประมาณ 2แสน 3 หมื่นกว่าบาท
จากเงิน 130,000 ชมรมดนตรีสากลแห่งมหาวิทยาลัยศิลปากรได้เงินมา 6,000 บาทถ้วน
ลดลงไปไม่รู้ตั้งกี่เท่า แต่เราก็ไม่ค่อยอะไรมากหรอก เพราะหลักๆเราจะหาสปอนเซอร์อยู่แล้ว
เรากลับสงสารชมรมกีฬามากกว่า เพราะอย่างน้อยเค้าก็ต้องมีอุปกรณ์ ถ้าเค้าไม่มีเงินจะหาอุปกรณ์มาซ้อมได้ยังไง
ชมรมข้างๆเราเป็นชมรมยิงปืน เค้าก็ต้องนำเงินไปซื้อกระสุนมาใช้ซ้อม และไม่ได้เงินสนับสนุนจากที่ไหนเลยนอกจากของมหาลัยเท่านั้น
และก็แปลกอีกอย่าง คือ มหาลัยไม่เคยสนับสนุนอะไรเลยทั้งที่พูดป่าวๆว่าอย่างนั้นอย่างนี้ แต่เอาเข้าจิงก็ไม่ทำอะไรสักอย่าง
คนที่เค้าไปแข่งกีฬา มหาลัยสนับสนุน แต่ถ้าติดสอบกลับไม่ให้หยุด "เลือกเอาว่าจะไปแข่งกีฬา หรือไปสอบ"
อาจารย์คะ ถึงเป้าหมายจะเป็นการเรียนแต่กีฬาก็สำคัญนี่คะ แล้วให้เลือกแบบนี้ เป็นใครก็ต้องเลือกสอบ จริงมั๊ย?
ไม่ต้องแปลกใจหรอกนะหากไม่มีชื่อมหาวิทยาลัยศิลปากรในรายชื่อมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้านกีฬา เพราะมหาวิทยาลัยเองก็ยังไม่สนับสนุนนักศึกษาเลยค่ะT^T
กลับเข้าเรื่องต่อ หลังจากเราได้รับงบประมาณมาเป็นจำนวน 6,000 บาทวันนั้นแล้ว
วันที่ 10 เราก็ไปอีกครั้ง เป็นการตัดครั้งใหญ่ ซึ่งก็มีีปัญหาว่า วันที่ตัดงบครั้งแรกนั้นบางชมรมไม่ได้มาร่วมด้วย เป็นเหตุให้เค้าไม่ได้รับเงินในส่วนที่ควรจะได้ (กว่าจะตัดกันได้ลงตัว กินเวลากว่า 4 ชั่วโมง)
นายก...ก็เลยถามความเห็นชมรมอื่นว่ายินดีให้ตัดงบใหม่ไหม ซึ่งก็มีชมรมเห็นด้วยมากกว่าครึ่ง
แต่ถ้าจะตัดใหม่เลยนั้น ก็จะกินเวลานาน เราเลยถามไปว่า ชมรมA (ขอเป็นนามสมมุติ เพื่อมิให้เป็นการพาดพิง แต่ถ้าบังเอิญท่านมาเห็นก็รู้ไว้ว่าเราไม่พอใจมาก) ต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ เค้าบอกว่า หมื่นนิดๆ ซึ่งคิดตามสัดส่วนแล้วเนี่ย เงินที่เค้าจะได้จากการตัดงบจิงๆประมาณ พันกว่าบาทเท่านั้น
เราเห็นว่าถ้าต้องตัดงบใหม่ถ้าใช้เวลานาน เราเลยเสนอว่า เราจะปันงบที่เรามี 6,000 บาท(ซึ่งก็น้อยนิดอยู่แล้ว) ให้ชมรมเค้า 2,000 บาท และมีอีกชมรมนึง ให้เค้าอีก 1,500 บาท รวมเป็น 3,500 บาท (ใกล้เคียงกับงบเราแล้วนะ) ท่านนายกเลยถามชมรมA ว่าพอใจมั๊ย เค้าตอบกลับมาว่า "ไม่พอใจ จิงๆเค้าควรจะได้ขั้นต่ำ 6,500 บาท"
เราได้ยินก็ปรี๊ดดดดดดดดดดดดดด ให้เงินแล้วยังพูดแบบนี้อีกเหรอ (ไม่พอใจมากกกกกกกกก)
ท่านนายกก็หันมาถามชมรมในกลุ่มเราว่า ยินดีที่จะให้ตัดงบใหม่ไหม ปรากฏว่า ไม่มีชมรมไหนยกมือสักคนเดียว ท่านนายกเลยถามใหม่ว่า ชมรมไหนไม่เห็นด้วยที่จะให้ตัดงบใหม่ เสียงเป็นเอกฉันท์ ไม่เห้นด้วย 100%
ท่านนายกเลยหันมาถามเรา(ตอนนี้ท่านประมานชมรมให้สิทธิ์ขาดเราเต็มที่) ว่า ยังยินดีที่จะให้เงินชมรมA อยู่มั๊ย
เราเลยตอบไปสั้นๆว่า "ถ้าชมรมA"พอใจกับ 3,500 บาท เราก็โอเค" สงสัยว่าเราคงทำหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัดคุณนายกเลยรีบห้ามเราและอธิบายความหมายของเราที่เราพูดออกไป และหันไปถามอีกชมรมนึงว่ายังยินดีปันเงินให้อยู่มั๊ย เค้าก็ตอบเหมือนเรา คุณนายกเลยไปถามชมรมA ว่า ยินดีกับเงิน 3,500 บาทรึป่าว
สิ่งที่เค้าตอบกลับมาก็คือ "จริงๆแล้วเงินจำนวนนี้ก็ไม่เพียงพอหรอกนะ ไหนจะซื้ออุปกรณ์... แต่ในเมื่อให้มาเราก็จะขอรับไว้แล้วกัน" (เจ้ปรี๊ดดดดดดดดดดดดดด อีกรอบ Eนี่!!!! )
ชมรมกลุ่มเดียวกับเราที่นั่งหลังเรา ขนาดว่าเค้าไม่ได้เป็นคนปันงบให้ชมรมA เค้ายังไม่พอใจแทนเลย ได้คืบเอาศอก ตัวเองทำเองทั้งนั้นน่ะ ตัวเองไม่มาเอง แล้วมาเรียกร้อง แล้วพอเค้าให้เงินก็ยังไม่พอใจอีก ทุกชมรมก็ต้องลดงบประมาณของตัวเองลงทั้งนั้นแหละ ไม่งั้นก็ไม่มีแบ่งให้คนอื่นสิ ถ้าอยากได้เงินมากนัก ทำไมไม่หาสปอนเซอร์ล่ะห๊ะ! จะรอขอเงินอย่างเดียวรึไง ทำอะไรไม่เป็น คิดว่าตัวเองยังอยู่ประถมที่แบเงินขอเงินอยู่เหรอ เชอะ!!!
หลังจากนั้น กลุ่มอื่นก็มีชมรมที่ไม่ได้มาวันแรกเลยต้องมาตัดเอาวันนั้นเหมือนกัน และก็ใช้วิธีการเดียวกับเราคือขอปันเงินชมรม แต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีปัญหาไม่พอใจเหมือนกับกลุ่มของเราเลย เราคิดว่าตอนนี้ชมรมเค้าลำบากแล้วล่ะ เพราะเผยธาตุแท้ให้ทุกคนเห็นซะแร้ว ไม่เหมืิอนชมรมเรา ยังปกปิดอยู่ อิอิ
แต่เราก็ต้องเหมือนตอนขอสปอนเซอร์เนี่ยแหละ แต่ก็สนุกนะ ถึงเหนื่อยแต่ก็ชอบ ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้แล้วมีเส้นมีสายรู้จักกับคนใหญ่คนโตที่ไหนแนะนำให้หน่อยแล้วกันนะคะ ถือว่าทำบุญและเปิดโอกาสให้เด็กคนนี้ได้ลองทำงานหาประสบการณ์หน่อยเถอะ
อา~ ขอโทดที่บ่นซะยาวเลย แต่ไม่ไหวจิงๆแหละ
edit @ 13 May 2008 20:30:11 by Ojisama
ก็ไม่แปลกที่จะมีบางชมรมที่อาจจะ "ขี้เกียจ" วิ่งหาสปอนเซอร์ อยากได้งบประมาณหล่นปุมาเลยง่ายๆ ก็เป็นการเรียนรู้เหมือนกันครับ งานการที่ต้องมาแบ่งเงินกันเนี่ย บางทีมันไม่เข้าใครอกใครเหมือนกัน มีแต่เรื่องวุ่นวายแบบนี้แล
#1 By ข่าน on 2008-05-13 20:56